ฮิตตลอดกาลกับ 5 เรือนเวลาที่สาวก Audemars Piguet ต้องมี

26 กุมภาพันธ์ 2024

ประวัติ แบรนด์ Audemars Piguet

Audemars Piguet (โอเดอมาร์ส ปิเกต์) ก่อตั้งโดย Jules Louis Audemars และ Edward Auguste Piguet ในปี 1875 Audemars Piguet สร้างชื่อเสียงในฐานะผู้ผลิตนาฬิกาชั้นสูงจากสวิตเซอร์แลนด์
ผลงานของพวกเขาเปี่ยมไปด้วยความล้ำสมัย ประณีต และเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ โด่งดังจากนาฬิกา Royal Oak ผลงานการออกแบบของ Gérald Genta

ประวัติ แบรนด์ Audemars Piguet



Audemars Piguet (โอเดอมาร์ส ปิเกต์) ก่อตั้งโดย Jules Louis Audemars และ Edward Auguste Piguet ในปี 1875 Audemars Piguet สร้างชื่อเสียงในฐานะผู้ผลิตนาฬิกาชั้นสูงจากสวิตเซอร์แลนด์
ผลงานของพวกเขาเปี่ยมไปด้วยความล้ำสมัย ประณีต และเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ โด่งดังจากนาฬิกา Royal Oak ผลงานการออกแบบของ Gérald Genta เปิดตัวในปี 1972 ด้วยตัวเรือนแปดเหลี่ยมผลิตจากสเตนเลสสตีลกลายเป็นไอคอนในวงการนาฬิกา

Audemars Piguet ยังคงสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องโดยพัฒนาและต่อยอดคอลเลกชั่น เช่น Royal Oak Offshore นาฬิกาที่แข็งแกร่ง ทันสมัย และ Code 11.59 ดีไซน์แบบร่วมสมัย รวมถึงนาฬิกาแบบซับซ้อน เช่น ปฏิทินถาวรและโครโนกราฟ

พวกเขายังคงเป็นบริษัทที่ครอบครัวเป็นเจ้าของมาตลอด เพื่อให้มั่นใจในความต่อเนื่องและความทุ่มเทให้กับมรดก นาฬิกา Audemars Piguet ยังคงสร้างสรรค์นาฬิกาชั้นสูง รักษาเอกลักษณ์และความประณีต ผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ กลายเป็นแบรนด์นาฬิกาชั้นนำ ที่ได้รับการยกย่องจากนักสะสมทั่วโลก

Royal Oak



Royal Oak นาฬิกาที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของ Audemars Piguet รุ่นดั้งเดิมคือ 5402 ออกแบบโดย Gérald Genta เปิดตัวที่งาน Baselworld 1972 ถือเป็นการนำคำว่า “หรูหรา” และ “นาฬิกาสปอร์ต” มารวมกันอย่างไม่เคยมีมาก่อน

Royal Oak เวอร์ชั่นแรกหรือที่เรียกกันว่า Jumbo ตามขนาดที่ 39 มม. ซึ่งค่อนข้างใหญ่สำหรับสมัยนั้น ด้วยกลไก Calibre 2121 แม้จะเป็นนาฬิกาสปอร์ตกันน้ำ 50 เมตร แต่กลับมีดีไซน์บางเฉียบเหมือนนาฬิกาเดรส ตัวเรือนหนาเพียง 7 มม. ความบางนี้ส่งผลต่อความสบายในการสวมใส่มาก และได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2005 เปิดตัวรุ่น 15300 ดีไซน์คลาสสิกตัวเรือนสแตนเลส 39 มม. กลไก Caliber 3120 ต่อมาปี 2012 พัฒนาต่อเป็นรุ่น 15400 ตัวเรือนใหญ่ขึ้นเป็น 41 มม. ดูสปอร์ต ทันสมัย และปี 2021 เปิดตัวรุ่น 15500 ที่อัพเกรดกลไก Caliber 4302 สำรองพลังงาน 70 ชั่วโมง
Royal Oak ไม่ได้โดดเด่นแค่ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ แต่ยังมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ล้ำสมัย ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกรูปแบบ เช่น Royal Oak Chronograph นาฬิกาจับเวลา 3 หน้าปัด หรือ Royal Oak Perpetual Calendar ปฏิทินถาวร ปรับวันที่อัตโนมัติ เป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของนักสะสม

นาฬิกา Royal Oak เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยตัวเรือนทรงแปดเหลี่ยมพร้อมสกรูหกเหลี่ยมแปดตัว การขัดเงาด้วยมืออย่างพิถีพิถัน พื้นหน้าปัดดีไซน์เส้นสายแบบ Tapisserie โดยสี่เหลี่ยมนูนมีลวดลายเส้นนี้ทำให้รู้สึกแปลกตา ตัวเลขบอกเวลาและเข็มนาฬิกาออกแบบให้ชัดเจน อ่านเวลาง่าย หน้าปัดดูสะอาดตา ไม่รกจนเกินไป ถือเป็นการผสมผสานระหว่างความสวยงามและฟังก์ชั่นการใช้งานได้ดีทีเดียว
สายนาฬิกาออกแบบผสมผสานที่กลมกลืนกับตัวเรือน สวมใส่ได้สบาย ผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง ทนทานต่อการใช้งาน ตัวเรือนผลิตวัสดุหลากหลาย เช่น สแตนเลสสตีล พิงค์โกลด์ ทองคำ ทองคำขาว เป็นต้น รวมทั้งแบบประดับอัญมณี ซึ่งขึ้นอยู่กับสไตล์ความชอบส่วนบุคคล

Royal Oak นั้นดีไซน์ล้ำสมัย สปอร์ตเหมาะกับผู้มีบุคลิก strong มุมแปดเหลี่ยมสร้างความสมดุล ดูเรียบหรู สง่างาม แฝงความคลาสสิก ถึงแม้จะดูเทอะทะสำหรับข้อมือบางคน หรือจับคู่กับเสื้อผ้าได้ยากกว่านาฬิกาแบบกลม แต่ด้วยความพิเศษของนาฬิกาแบรนด์ระดับท็อป 3 ของโลก Royal Oak ก็ย่อมคุ้มค่าและน่าสะสม

Royal Oak Offshore



ในปี 1993 Audemars Piguet สร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วย Royal Oak Offshore โดยดีไซเนอร์ Emmanuel Gueit นำเอาดีไซน์ต้นฉบับของจาก Royal Oak มาต่อยอดสร้างสรรค์ผลงาน Royal Oak Offshore Chronograph

Royal Oak Offshore รุ่นแรกโดดเด่นด้วยตัวเรือนขนาดใหญ่ยักษ์ที่ 42 มม. เสริมด้วยขอบสีดำที่มองเห็นได้ชัดเจนใต้กรอบทรงแปดเหลี่ยม สายนาฬิกาแบบอินทิเกรเทด (Integrated) ที่มีความโค้งมนขึ้นเล็กน้อย สำหรับสายนาฬิกาแบบนี้มักจะเปลี่ยนทดแทนได้ยาก และปุ่มกดโครโนกราฟกับเม็ดมะยมขันลานที่ประดับด้วยฝาซิลิโคนสีดำทำให้ดูโดดเด่น นอกจากนี้ยังขยายไลน์ให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นควบคู่กับขนาดดั้งเดิม 42 มม. และยังมีรุ่นสำหรับผู้หญิงขนาด 37 มม. ด้วย

ถ้าเปรียบเทียบทั้ง Royal Oak และ Royal Oak Offshore ต่างสื่อถึงดีไซน์สปอร์ต แต่แฝงไว้ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว Royal Oak นั้นเน้นเรียบหรู เส้นสายที่ดูสุภาพ เหมาะกับทุกโอกาส หน้าปัดมีลวดลาย Petite Tapisserie หรือ Grande Tapisserie เพิ่มมิติอย่างประณีตผสมผสานวัสดุโลหะและสีคลาสสิก
ขณะที่ Royal Oak Offshore โดดเด่นด้วยตัวเรือนขนาดใหญ่ปกติเริ่มจาก 42 มม. เส้นสายที่ดูดุดัน โดดเด่น หน้าปัด Méga Tapisserie สื่อถึงพลังอันล้ำสมัย มาพร้อมสีสันหลากหลาย วัสดุทันสมัยอย่างเซรามิก เน้นรุ่นโครโนกราฟและนาฬิกาดำน้ำ

ทั้ง Royal Oak และ Royal Oak Offshore ล้วนผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง ประณีตทุกขั้นตอน สะท้อนความเป็นเลิศของ Audemars Piguet ราคาของนาฬิกานั้นขึ้นอยู่กับวัสดุ ฟังก์ชัน และความหายาก แต่ด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ คุณภาพที่เหนือระดับ และมูลค่าที่เพิ่มขึ้น นาฬิกา Royal Oak และ Royal Oak Offshore จึงเป็น “การลงทุนที่คุ้มค่า”

Royal Oak Chronograph



Royal Oak Chronograph นั้นถือว่าเป็นรุ่นที่มีฟังก์ชั่นจับเวลาเพิ่มเข้ามาผลิตออกมาเอาใจผู้ที่รักความสปอร์ตและต้องการความแม่นยำ แต่ยังคงความเป็น Royal Oak อย่างเต็มที่ทั้งดีไซน์สุดคลาสสิก หน้าปัดลาย Grande Tapisserie และสายแบบ Integrated Bracelet ซึ่งในปี 2022 แบรนด์ได้เปิดตัว Royal Oak Selfwinding Chronograph เป็นการฉลองครบ 50 ปีของ Royal Oak อีกด้วย
นาฬิการุ่นนี้เพิ่มเติมด้วยฟังก์ชั่นจับเวลา Chronograph ผ่านหน้าปัดย่อยซึ่งจัดเรียงได้อย่างเหมาะสม ตัวเรือนนาฬิกานั้นมีให้เลือก 2 ขนาดคือหน้าขนาด 38 มิลลิเมตร ใช้กลไกอัตโนมัติ Calibre 2385 พลังงานสำรอง 40 ชั่วโมง นาฬิกาเรือนนี้มีความแบนอยู่พอตัวทำให้ดูหรูสง่า

ส่วนอีกขนาดคือตัวเรือน 41 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าค่อนข้างใหญ่สำหรับข้อมือเล็กที่ขอบตัวเรือนอาจจะดูล้นพ้นข้อมือออกไป เมื่อพูดถึงความบางของตัวเรือนทำออกมาได้ระดับที่ดี ค่อนข้างบางเมื่อเทียบกับนาฬิกา Chronograph อื่นๆ ส่วนวัสดุตัวเรือนจะใช้เป็นสแตนเลสสตีล และโรสโกลด์ 18 กะรัตที่สวยงามและคงทน ใช้กลไกอัตโนมัติ Calibre 4401
นาฬิกาเรือนนี้สามารถกันน้ำลึกได้ 50 เมตร ด้วยเม็ดมะยมขันล็อคเกลียว ซึ่งเกินพอสำหรับการสวมใส่ในชีวิตประจำวันหรือแค่ว่ายน้ำทั่วไป แต่อาจไม่เหมาะจะใส่เพื่อการดำน้ำแบบมืออาชีพ นาฬิกายังเรืองแสงได้ดีตามแบบฉบับนาฬิกาสปอร์ต และก็มีรสนิยมที่ดีในการออกแบบแผ่นบอกวันที่สีเดียวกับหน้าปัด

การตกแต่งทำได้อย่างดีด้วยการผสมผสานกันระหว่างการตกแต่งแบบดั้งเดิมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ แบรนด์ Audemars Piguet มักใช้การผสมผสานทั้งสองอย่างนี้อย่างสมดุล และความสวยงามของนาฬิกาเรือนนี้ก็ตรงกับความคาดหวังที่นักสะสมมีต่อแบรนด์ ดังนั้นการตกแต่งนั้นก็เป็นไปตามความเหมาะสมเพื่อให้สมกับราคาระดับนี้

Code 11.59



คอลเลกชั่น Code 11.59 เปิดตัวในปี 2019 นำเสนอดีไซน์แบบใหม่เน้นความเรียบง่ายและความหรูหรา ผสมผสานงานฝีมือชั้นสูงและนวัตกรรมล้ำสมัย ความหมายเบื้องหลังชื่อคอลเลคชั่น ซึ่งสะท้อนถึงกระบวนการคิดเชิงกลยุทธ์ที่อยู่เบื้องหลังนาฬิกาเหล่านี้

– Challenge (ท้าทาย): ท้าทายขีดจำกัดของงานฝีมือ
– Own (ครอบครอง): ยึดมั่นในรากฐานและมรดก
– Dare (กล้า): เดินตามความเชื่อมั่น
– Evolve (พัฒนา): ไม่หยุดนิ่ง
– 11.59: นาทีสุดท้ายก่อนวันใหม่

ชื่อคอลเลคชันนี้สะท้อนแนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงานที่ก้าวข้ามขีดจำกัด ซึ่งปรากฏให้เห็นผ่านตัวเรือนที่ผสมผสานความกลมและแปดเหลี่ยมเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เพิ่มมิติและสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว หน้าปัดเรียบง่ายแฝงไว้ด้วยความสง่างาม มีให้เลือกหลากสีสันมากขึ้น เช่นเดียวกับสายนาฬิกาที่มีทั้งแบบหนังจระเข้ หนังวัว ยางและโลหะด้วยตัวเลือกหลากหลายขึ้นนี้ จึงตอบโจทย์ผู้สวมใส่ทุกสไตล์ ไม่ว่าจะลุคทางการ เข้มข้น หรือหรูหรา กระจกหน้าปัดแซฟไฟร์โค้งมนเคลือบสารกันแสงสะท้อน ช่วยให้มองเห็นหน้าปัดได้ชัดเจน

ในเรื่องกลไกนั้นนาฬิกา Code 11.59 รุ่น Selfwinding ขับเคลื่อนด้วยกลไก Calibre 4302 สำรองพลังงาน 70 ชั่วโมงและรุ่น Chronograph ขับเคลื่อนด้วยกลไก Calibre 4401 มาพร้อมฟังก์ชันจับเวลา flyback กลไกทั้งสองแบบมีความแม่นยำสูงแบบฉบับของแบรนด์

Audemars Piguet มุ่งมั่นผลักดันขอบเขตความคิดสร้างสรรค์ ผ่านนาฬิกา Code 11.59 แม้อาจจะไม่ได้โด่งดังเทียบเท่า Royal Oak ในตอนนี้ แต่ด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ กลไกอันล้ำสมัย และความกล้าหาญในการแหวกแนว นาฬิกาเรือนนี้มีศักยภาพที่จะกลายเป็นไอคอนแห่งยุคสมัยได้ในอนาคต

อย่างไรก็ตามด้านความคุ้มค่าของนาฬิกา Code 11.59 ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เรื่องการออกแบบ นาฬิกาเรือนนี้มีดีไซน์ที่แหวกแนวไม่เหมือนใคร ซึ่งอาจไม่ถูกใจทุกคน แต่สำหรับผู้ที่ต้องการแสดงออกถึงเอกลักษณ์และการท้าทายกรอบความคิดแบบเดิมๆ Code 11.59 ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ สำหรับด้านมูลค่าการสะสม ยังต้องใช้เวลารอดูต่อไปว่านาฬิการุ่นนี้จะกลายเป็นไอคอนในตำนานหรือไม่

Jules Audemars



นาฬิกา Audemars Piguet รุ่น Jules Audemars ได้รับการตั้งชื่อตาม Jules Louis Audemars ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ คอลเลคชั่นนาฬิกาชุดนี้ยกย่อง Jules Audemars ผ่านทางนาฬิกาที่หรูหราและซับซ้อนสำหรับทั้งชายและหญิง ผลิตจากวัสดุชั้นเลิศ เช่น โรสโกลด์ ทองคำขาว และแพลตินัม นอกจากนี้นาฬิกาหลายเรือนยังประดับด้วยเพชร โดยมีพื้นผิวขัดเงาหรือซาติน สำหรับตัวเรือนแบบกลมคลาสสิก มีขนาดตั้งแต่ 27 ถึง 46 มม. เข็มนาฬิกาแบบเรียวที่เรียบง่ายและสง่างามมาพร้อมสายหนังวัวและหนังจระเข้ รองรับความชื่นชอบที่หลากหลาย ให้คุณเลือกสรรตามสไตล์ ไม่ว่าจะเรียบง่ายหรือหรูหรา แมทช์กับชุดได้อย่างลงตัว
สำหรับนาฬิกา Jules Audemars ที่เป็นที่รู้จัก ดังนี้

Jules Audemars Extra-Thin
นาฬิกา Dress Watch เรือนนี้มีความหนาเพียง 6.7 มม. มีเข็มนาฬิกา 2 เข็ม สวมใส่สบายใต้ชายเสื้อ เลือกได้ระหว่างรุ่นทองคำขาวหรือโรสโกลด์ รวมถึงรุ่นประดับเพชร

Jules Audemars Small Seconds
ออกแบบมาสำหรับข้อมือเล็ก มีขนาดตัวเรือนตั้งแต่ 27 ถึง 36 มม. นาฬิกาเรือนนี้มีให้เลือกทั้งแบบทองคำขาวและโรสโกลด์ เหมาะสวมใส่ในโอกาสพิเศษ

Jules Audemars Minute Repeater Supersonnerie
นาฬิกาเรือนนี้ใช้กลไก Supersonnerie ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการบอกเวลาด้วยเสียงอันล้ำสมัยหน้าปัดใช้ตัวเลขโรมันเสียงนาฬิกาที่มีความไพเราะกังวาน ผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกาเสียงสไตล์นี้น่าจะชอบ
นอกจากนี้นาฬิกาบางรุ่นในคอลเลคชั่นนี้ยังมีฟังก์ชันพิเศษ เช่น ปฏิทินถาวร เขตเวลาที่สอง และแสดงข้างขึ้นข้างแรม

สำหรับนาฬิกา Audemars Piguet Jules Audemars นั้นมีความคุ้มค่าในแง่ของงานฝีมือ กลไก และมูลค่าที่เพิ่มขึ้น แต่ราคาค่อนข้างสูง ฟังก์ชั่นพื้นฐาน ตัวเลือกน้อย และไม่นิยมเท่า Royal Oak
https://www.audemarspiguet.com/com/en/about/origins.html
https://www.audemarspiguet.com/com/en/collections/royal-oak.html
https://www.hodinkee.com/articles/audemars-piguet-royal-oak-15500s-review
https://www.bobswatches.com/rolex-blog/resources/audemars-piguet-royal-oak-vs-royal-oak-offshore.html#:~:text=Although%20both%20watches%20are%20undeniably,thinner%20profiles%20than%20ROO%20watches
https://www.ablogtowatch.com/audemars-piguet-royal-oak-chronograph-41mm-watch-review/
https://www.audemarspiguet.com/com/en/watch-collection/code-1159/26398BC.OO.D002CR.99.html
https://swisswatches-magazine.com/blog/point-of-view-code-11-59-by-audemars-piguet-new-models-2020/
https://www.watchfinder.co.uk/articles/review-jules-audemars-extra-thin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

บทความนาฬิกาอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Other Blogs

Roger Dubuis hommage condottieri

ทำไม Roger Dubuis Hommage Condottieri จึงเป็นที่ต้องการของนักสะสม

แม้ช่วงหลังๆ Roger Dubuis จะผลิตนาฬิกาที่มีความซับซ้อนมากขึ้น แต่นาฬิกาวินเทจที่เน้นความเรียบง่ายในยุคแรกๆ อย่าง Hommage Condottieri นั้นกลับเป็นที่สนใจ วันนี้ทาง Siam Watch Club จึงขอพาทุกท่านไปดูว่าทำไมนาฬิการุ่นนี้จึงเป็นที่ต้องการของบรรดานักสะสม

Read More »
Audemars Piguet top 5 decade

5 สุดยอด Audemars Piguet Royal Oak จากทุกทศวรรษ

Audemars Piguet Royal Oak นาฬิกาสปอร์ตสุดหรูที่โด่งดังผู้เริ่มต้นเทรนด์ในช่วงทศวรรษ 1970 ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี้ก็ 50 กว่าปีแล้ว วันนี้ Siam Watch Club ขอพาทุกท่านมาดูว่าในแต่ละทศวรรษนั้นมีรุ่นไหนเป็นสุดยอดกันบ้าง

Read More »
rolex-GMT-Master-II-new-2024

นาฬิกา Rolex รุ่นใหม่ล่าสุดของปี 2024 มาแล้ว!

ท่ามกลางงานอีเวนท์ที่สำคัญที่สุดของปีสำหรับอุตสาหกรรมนาฬิกา นั่นคือ Watches and Wonders Geneva และหนึ่งในไฮไลท์ของงานนั้นก็คือแบรนด์ Rolex ที่เปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ที่หลายคนต่างรอคอย

Read More »

ฮิตตลอดกาลกับ 5 เรือนเวลาที่สาวก Audemars Piguet ต้องมี

ประวัติ แบรนด์ Audemars Piguet Audemars Piguet (โอเดอมาร์ส ปิเกต์) ก่อตั้งโดย Jules Louis Audemars และ Edward Auguste Piguet ในปี 1875 Audemars Piguet สร้างชื่อเสียงในฐานะผู้ผลิตนาฬิกาชั้นสูงจากสวิตเซอร์แลนด์

Share This Post

Subscribe To Our Newsletter

Get updates and learn from the best

More To Explore

Roger Dubuis hommage condottieri
บทความ

ทำไม Roger Dubuis Hommage Condottieri จึงเป็นที่ต้องการของนักสะสม

แม้ช่วงหลังๆ Roger Dubuis จะผลิตนาฬิกาที่มีความซับซ้อนมากขึ้น แต่นาฬิกาวินเทจที่เน้นความเรียบง่ายในยุคแรกๆ อย่าง Hommage Condottieri นั้นกลับเป็นที่สนใจ วันนี้ทาง Siam Watch Club จึงขอพาทุกท่านไปดูว่าทำไมนาฬิการุ่นนี้จึงเป็นที่ต้องการของบรรดานักสะสม

Audemars Piguet top 5 decade
บทความ

5 สุดยอด Audemars Piguet Royal Oak จากทุกทศวรรษ

Audemars Piguet Royal Oak นาฬิกาสปอร์ตสุดหรูที่โด่งดังผู้เริ่มต้นเทรนด์ในช่วงทศวรรษ 1970 ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี้ก็ 50 กว่าปีแล้ว วันนี้ Siam Watch Club ขอพาทุกท่านมาดูว่าในแต่ละทศวรรษนั้นมีรุ่นไหนเป็นสุดยอดกันบ้าง

Do You Want To Boost Your Business?

drop us a line and keep in touch